แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อภิสิทธิ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อภิสิทธิ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

บัญญัติ

     ได้มีการบัญญัติข้อบังคับของพรรคขึ้นมาใหม่โดยนายบัญญัติเป็นผู้ลงนาม รายงานจากสำนักข่าวคราวก่อนโน้น!!!!!
     ในบทความครั้งนี้ ตั้งใจให้สืบต่อจากบทความ อภิสิทธิ์ และเกี่ยวเนื่องกับบทความ ทักษิณ โดยจะชี้ให้เห็นถึง บัญญัติ

     “บัญญัติ แปลว่า การตั้งขึ้น, ข้อที่ตั้งขึ้น, ข้อบังคับ  แล้วเราตั้งอะไรขึ้นมา? เราไปบังคับอะไร?

     คำในภาษาไทย มีหลายคำ ที่ คำพูดหรือคำศัพท์ เดียวกัน แต่มีความหมายต่างกัน ทั้งที่ต่างกันเล็กน้อยจนถึงแตกต่างกันมาก หรืออาจจะมีลักษณะบางอย่างคล้ายกัน พอเทียบเคียงกันได้ก็มี เช่น คำว่า เขา ตัวอย่างคือ เขาขี่วัวที่มีเขายาวขึ้นเขาไปจับนกเขา จะเห็นว่า เขา นี้มีหลายความหมาย และหลายคนคงเข้าใจความหมายของ เขา ในประโยคได้เป็นอย่างดี

     “คำ ทุกคำ เป็นเพียง สิ่งที่คนเรา บัญญัติ หรือ ตั้งขึ้น หรือ กำหนด เพื่อใช้ในการสื่อสารสำหรับชีวิตความเป็นอยู่ในโลกใบนี้และยอมรับตกลงกันเอง โดยระบุว่า สิ่งนี้ ใช้คำนี้ สิ่งนั้นใช้คำนั้น ใช้แทนภาพรวมขององค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง 
          ซึ่งเมื่อเราแยกองค์ประกอบออกจากกันแล้ว คำ ที่ใช้แทนสิ่งนั้นก็ไม่ใช่ คำ นั้นอีก
          หรือ สิ่งนั้น ก็ไม่ใช่ สิ่งนั้น อีกแล้ว
          เป็น สิ่งอื่น เป็น คำอื่น ไป
     คนเราเพียงแต่ สมมติบัญญัติ ตั้งขึ้นมาทั้งสิ้น หาใช่ความจริงไม่ คำ เพียง คำเดียว อาจสื่อถึงความรู้สึกได้หลายหลายตามแต่ ความคิดปรุงแต่งขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น นิยามคำว่า ความรัก เป็นอย่างไร
     
     เราอาจสื่อว่า สภาพนั่นแหละ หรือ สิ่งนั้นแหละ คือ ความรัก หรือใช้คำว่า ความรัก แต่มันเป็นยังไง อธิบายได้หรือไม่ 
     เพราะมันเป็น ความรู้สึก มันเป็น นามธรรม ที่คนเราเองสมมติลงบนความจริง
          โดย บัญญัติ นั้นไม่มีผลต่อสิ่งนั้นเลย ไม่สามารถบังคับมันได้เลย เว้นแต่เราจะจับจะยึดมันไว้ว่า บัญญัติ นั้นคือ สิ่งนั้น คือ สภาวะนั้น ถือว่าถูกต้อง ซึ่งมันถูกต้องตามความเป็นจริง จริงหรือไม่?
     
      สุดท้ายนี้ จะย้ำอีกครั้งว่า ทุก ๆ คำ ที่เขียน(พิมพ์) เป็นบทความ เป็น คำ ที่เรียงร้อยจากความคิดปรุงแต่ง ซึ่งใช้ "สมมติ" หรือ บัญญัติ สิ่งนั้น ๆ หรือ สภาวะนั้น ๆ เพื่อใช้ในการสื่อสาร มีเจตนาในเชิงการแปลความหมายและเปรียบเทียบความหมายเพื่อกระตุ้น, กระตุกความคิดและเตือนทุกคนที่อ่าน รวมทั้งตนเองซึ่งจะเป็นคนแรกที่อ่าน เพื่อคุณประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ของการใช้ คำ



บัญญัติแห่งอัตตา คือ มโนภาพของตัวตนที่เป็นคราบติดมาตั้งแต่ครั้งยึดติดในตัวตน
 และเป็นภาพแห่งความหลงผิด



นี่ คือ คำ ที่เรียงร้อยจากความคิดปรุงแต่ง                  วรรณพุทธ์  เพียง คำ คำหนึ่ง


ปล. เนื้อหาบางส่วน หยิบยกมาจากหนังสือ พุทธธรรม ที่เขียนโดย ป.อ. ปยุตฺโต

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

อภิสิทธิ์


     ก่อนอื่น  ต้องขอบคุณ คุณกวนอู ที่เคยแนะนำและเสนอความคิดเห็นไว้ในบทความ “ทักษิณ” ที่ได้เผยแพร่ไปแล้ว  
     ผู้เขียนมีเจตนาในเชิงเปรียบเทียบ “สมมติบัญญัติ” ของ “คำ” คำนั้น แต่ไม่มีเจตนาในเชิงยุยง หรือ บ่อนทำลายความรักสามัคคีของคนไทยเรา และก็ไม่คาดคิดว่า “สมมติบัญญัติ” ของ คำว่า “ทักษิณ” จะเป็นเหมือน “สายล่อฟ้า” ได้ 
     ดังนั้น คำว่า “อภิสิทธิ์” นี้ ก็ขอให้เป็นเพียง “สมมติบัญญัติ” หรือ “คำ” คำหนึ่งที่เรียงร้อยจากความคิดปรุงแต่งเท่านั้น สุดแล้วแต่ใครจะกำหนดหมาย หรือ พิจารณา “คำ” คำหนึ่ง ในแง่มุมใด

     อภิสิทธิ์ มาจาก อภิ + สิทธิ์  คำว่า “อภิ” แปลว่า มาก; ใหญ่ ส่วน “สิทธิ์” หรือ “สิทธิ” แปลว่า ความสำเร็จ, อำนาจอันชอบธรรม  ดังนั้น “อภิสิทธิ์” พอจะหมายความว่า มีอำนาจอันชอบธรรมมาก แต่ในความหมายที่แท้จริงตามพจนานุกรม แปลว่า  สิทธินอกเหนือขอบเขต; สิทธินอกเหนือกฎหรือระเบียบที่วางไว้ ดังนั้น เพื่อเป็นไปตามเจตนาเชิงเปรียบเทียบ   
          ขออ้างเอาคำว่า “อภิสิทธิ์” หมายความว่า “มีสิทธิมาก หรือ มีอำนาจมาก”

     ในสมัยปัจจุบันนี้ คนเรามักเรียกร้อง สิ่งที่เรียกว่า “สิทธิ” ไม่ว่าจะเป็น สิทธิของสตรี สิทธิของแพทย์ หรือสิทธิของประชาชน จนหลายครั้ง ผู้เขียนมี “ความรู้สึก” ว่า เดี๋ยวนี้ คนเรามี “สิทธิ” เยอะแยะมากมายจนอาจกลายเป็น “อภิสิทธิ์” ผู้เขียนเองก็ยังมี “อภิสิทธิ์” ในบางครั้ง จนทำให้ลืมสิ่งที่สำคัญมากกว่า “สิทธิ” ซึ่งนั่นก็คือ “หน้าที่”

     “หน้าที่” มีความสำคัญมากกว่า “สิทธิ” มากมายนัก  คนเราไม่จำเป็นต้องมี “สิทธิ” หรือ “อภิสิทธิ์” มากมายเลย เราเพียงทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว ตัวเอง ครอบครัว องค์กร หรือแม้แต่ประเทศก็อยู่ได้ และก็ดำเนินไปด้วยดีด้วย

     ยกตัวอย่างที่เห็นชัด เช่น ในการเลือกตั้ง ประชาชนมี “สิทธิ” เลือกตั้งจะไปเลือกหรือไม่ไปก็ได้ เพราะเป็น “สิทธิ” ของคนเรา จะนอนหลับให้สบายใจ  ก็ไม่มีใครมี “สิทธิ” มาต่อว่าได้ หากไปเลือก จะเลือกคนไหนก็ได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็น “คนดี” แต่ขอให้ “เก่ง” ซึ่ง “คนเก่งอาจจะไม่ใช่คนดี” หรือเลือกเพราะเหตุผลอื่น สุดท้ายแล้ว ผลออกมาเป็นอย่างไรบ้าง..

     แต่หาก คนเรา ให้ความสำคัญกับ “หน้าที่” มากกว่า “สิทธิ” ผลจะเป็นอย่างไร?
     เราก็ต้องพิจารณาว่า หน้าที่ของประชาชนในประเทศนี้มีอะไรบ้าง? ต้องทำอย่างไร?
          ง่ายสุด คือ เคารพกฎหมาย เคารพศีลธรรม เป็นพลเมืองที่ดี ดังนั้น พลเมืองที่ดี หรือ ประชาชนที่ดี ก็ควรไปเลือกตั้ง เพราะเป็น “หน้าที่ของพลเมืองที่ดี” ไม่ใช่ “สิทธิของตัวเอง” หน้าที่ของประชาชนในการเลือกตั้ง คือ เลือก “คนดี” มาทำ “หน้าที่บริหารประเทศ”

     และเช่นกัน "สตรี" หรือผู้หญิง มีการเรียกร้อง “สิทธิ” กันมากหลายประเด็น จนอาจมองข้าม “หน้าที่ตามธรรมชาติ” ของผู้หญิงไป  ขอให้ลองพิจารณาดู ส่วนผู้ชายเองก็ละเลยหน้าที่ไปมากเช่นกัน

     เพียงเสนอเพิ่มเติมว่า ก่อนที่เราจะเรียกร้อง “อภิสิทธิ์” หรือ “สิทธิ” ต่าง ๆ นานา เราเองนั้น ได้ทำ  “หน้าที่” แล้วหรือยัง  เราได้ “ทำหน้าที่” ของสามี ภรรยา แพทย์ ศิษย์ อาจารย์ พนักงาน ฯลฯ นักการเมือง คนไทย คนในโลก ดีเพียงพอแล้วหรือ?...สวัสดี



ทำ “หน้าที่” ให้ดีที่สุด “อภิสิทธิ์” ก็ไม่จำเป็น



นี่ คือ “คำ” ที่เรียงร้อยจากความคิดปรุงแต่ง วรรณพุทธ์  เพียง “คำ” คำหนึ่ง